มาทำความเข้าใจเกี่ยวกับปริมาณ Volume ให้มากขึ้นครับ

ปริมาณวอลุ่ม จะเพิ่มขึ้นเมื่อเกิดโน้มใดแนวโน้มหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นขาขึ้น หรือขาลง

● ในขาขึ้น วอลุ่มจะเข้า ในช่วงที่มีการทะลุแนวต้าน

● ในขาลง วอลุ่มจะเข้า ในช่วงที่มีการหลุดแนวรับ

(เพราะแนวรับ และแนวต้าน จะเป็นแนวที่มีแรงซื้อ แรงขายเข้ามารองรับ การจะดันให้ทะลุกำแพงแนวรับ / แนวต้าน จึงต้องใช้ปริมาณการซื้อขายที่มากกว่าปกติ ทำให้วอลุ่มมักจะสูงในขณะที่ราคาทะลุผ่านโซนดังกล่าว)

● ส่วนวอลุ่มพีค (คือช่วงที่ Volume สูงโดดๆ) มักจะพบได้บ่อย ๆ ทั้งหมดอยู่ 2 สถานการณ์ด้วยกัน

🔹 1. เกิดหลังจากช่วงสะสม แล้วทะลุแนวต้านสำคัญโดยมีวอลุ่มพีคมาก

กรณีนี้ถือเป็นสัญญาณเชิงบวก เพราะมีโอกาสเป็นจุดเริ่มต้นของแนวโน้ม เพราะการที่จะเกิดแนวโน้ม จะมีแรงซื้อเข้ามาเป็นตัวแปรสำคัญ ในการขับเคลื่อนราคา

🔹 2. เกิดหลังจากที่เป็นเทรนมาก่อน แล้วอยู่ ๆ วอลุ่มพีคในภายหลัง

สังเกตว่า PTT มีการเกิด วอลุ่มพีค แล้วราคาเกิดการกลับตัวตามมา

ซึ่งเป็นจุดควรระวัง เพราะเป็นจุดที่คนส่วนใหญ่ได้เข้ามาไล่ราคา (มักมาพร้อมข่าวดีมากๆ) โดยไล่ซื้อจน Vol พีคมากในคราวเดียว

"ด้วยอะไรที่มันมากไป ไม่นาน ราคาก็กลับสู่สมดุล" ราคาและวอลุ่ม เป็นเหมือนเครื่องมือที่คอยสังเกตพฤติกรรมราคาของคนในตลาด

● ตลาดหุ้นมันถือเป็น Money game อย่างหนึ่งครับ ที่เล่นกับความโลภ และความกลัวของเรา โดยใช้ข่าวดี และข่าวร้ายที่ออกมา ช่วงที่ตลาด Panic ก็เช่นกัน เป็นจุดที่เลย Stoploss มาแต่ไม่ยอมคัท พอมันลงมาหนัก ๆ ถึงจุดที่ทนไม่ไหว ยอมขายทิ้งทุกราคา

นั้นแหละครับสาเหตุของ Vol พีคในช่วงที่เกิด Panic (ความกลัวถึงขีดสุด) ซึ่งพอคนที่อยากขาย ขายออกมาจนหมดแล้ว ราคาก็เลยลงต่อได้อีกไม่มาก และกลายเป็นจุดกลับตัวนั่นเองครับ

2,784 views0 comments

Recent Posts

See All